นี่เราจบมาก็จะสองปีแล้วสินะ...
ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวกะเพื่อนๆ จริงๆจังๆซะที คิดถึงจัง..เฮ่อ..
วันหนึ่งขณะที่ฝนกำลังก้มหน้าก้มตาหน้ามันพิมพ์งานเหมือนทุกๆวัน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
กวางนั่นเอง.. กวางบอกสิ่งที่ฝนเพิ่งรู้ว่าอยากได้ยินมานานแค่ไหน นั่นคือ การได้ไปเตะน้ำทะเล แถมได้ไปกับเพื่อนๆด้วย เย้ๆ คิดถึงจัง..
วันศุกร์ทำงาน ทำงาน ทำงานๆ รีบกลับบ้าน รีบนอน อยากให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆจัง
วันเสาร์
เช้า ฝนกระเด้งออกจากเตียงตั้งแต่เช้า ..มาจัดกระเป๋า.. (ก็เมื่อคืนรีบนอนไปหน่อย 55+) แต่งตัว เสื้อผ้าไม่ต้องเยอะ 2 วันเอง แต่กล้องเนี่ย..ขาดไม่ได้เลย เตรียมไปตั้ง 2 อัน เผื่ออันใดอันหนึ่งทรยศกะทันหัน แล้วก็สะพายเป้ออกจากบ้าน นั่งรถไฟฟ้าไปเจอเพื่อนที่คณะ สมาชิกครั้งนี้มี กวาง แก็บ โม นุ่น จอย พี่แจ็ค น้องเอี่ยว แท็ก สายแล้วๆๆๆ โชคดีที่ไปถึงคนที่สองแต่หันไปหันมา น้องเอี่ยว กับแท็กก็มาถึง รถของเราก็ออกเดินทางเพื่อตามไปสมทบกับเพื่อนๆที่บ้านจอย
มื้อแรกของวันนี้ เราสี่คนแอบแวะทาน A&Wและ S&P ที่ปั๊มน้ำมัน Jet กัน วันนั้นเป็นวันที่อากาศหนาวมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง ทุกคนพกเสื้อหนาวกันคนละตัว แต่มีใครบางคนนั่งสั่นเชียว เพราะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เอาเสื้อหนาวมา น่าสงสาร ตอนหลังเพิ่งรู้ว่า ยังไม่ชินกับอากาศเมืองไทย ไปอยู่ซิมบับเวซะเคย...555+ เช้านี้เลยรู้สึกเหมือนตัวเองไปเทียวเมืองนอกหน่อยๆ ถ้าไม่มีข้าวกะเพราไก่อยู่ตรงหน้า..
เที่ยงๆ เราไปเจอ จอย แก๊บ โม พี่แจ็คที่บิ๊กซี ฝน แก็บ กวาง แท็กก็ได้ภาระกิจใหม่ คือการไปซื้อส้มตำ อยากทานส้มตำไข่เค็ม ฝนคิดดังๆ โชคดีที่มีคนคิดดังๆเหมือนกัน 555+ จอยบอกให้ไปซื้อที่ส้มตำนายวัง ไปถึงมีหมูหันตัวเบ้อเริ่มหมุนไปหมุนมา ฝนพยายามจะไม่มอง ช่วยกันสั่ง ส้มตำไข่เค็ม ไก่ย่าง น้ำตก ต้มยำ ลาบหมู ฯลฯ ยกเว้นหมูหัน..ฝนว่าปล่อยให้หันไปหันมาอย่างนั้นดีแล้วล่ะ... เดินเลยจากร้านนายวังเพิ่งเห็นว่า มีนายวังเจ้าต้นตำหรับ กับเจ้าเก่า... อืมมมม
มาถึงบ้านจอยที่ริมหาดชะอำ บ้านจอยน่ารักมากๆ มีต้นไม้ร่มรื่น สนามสีเขียว ครัวใหญ่ๆ 1ห้อง สระว่ายน้ำ และที่ทำให้บ้านหลังนี้น่ารักที่สุดก็คือ The Gang of Nong Maa.. ตัวแรกที่มาต้อนรับคือ เอลซ่า สาวโกลเด้นสุดสวยและขี้อ้อนเป็นที่สุด แพนเตอร์ ลาบราดอร์หัวใจนักกีฬา มีลูกบอลที่ไหน มีแพนเตอร์ที่นั่น (มีแพนเตอร์ที่ไหน มีแท็กที่นั่น..) ไทเกอร์ ล็อตไวเลอร์ที่ทำร้ายหัวใจเพื่อนรักด้วยการแหง่มลูกบอลฟีบในคืนต่อมา (ข้อคิดจากคุณแม่จอย เราต้องเลี้ยงน้องหมาให้เราเป็นนาย ล็อตไวเลอร์จะไม่ดุ ถ้าเราเลี้ยงให้เป็น ถ้าเค้าเริ่มหงุดหงิดก็พาเค้าไปสงบสติอารมณ์เงียบๆสักพัก เค้าก็จะไม่ทำอะไร ก็คนเรายังมีเวลาที่หงุดหงิดเหมือนกันนี่นา..) ลัคกี้ขวัญใจใครหลายๆคน เพราะหน้าตาน่ารักมากกกก ลัคกี้จะตามงับขาแพนเตอร์ตลอดเวลา ฝนว่าแพนเตอร์คงอยากบอกอะไรลัคกี้แน่ๆเลย.. ปังกิ แพนเตอร์ขนาดย่อส่วนนั่นเอง และดำสมาชิกนอกบ้านที่คุณแม่บอกว่าเป็นหัวหน้าแก๊งค์ที่แม้แต่ไทเกอร์ก็เกรงใจเพราะอายุมากกว่า ทั้งที่ดำตัวนิดเดียว
เราทานส้มตำกันอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับไม่ได้ทานอะไรกันมาเลย คุยกันเหมือนตอนเรายังใส่กระโปรงสุ่ม จ๊อกแจ๊กๆเป็นเสียงร่าเริงของกวาง จอย แก็บ นุ่น และฝนกับโม ยังคงเป้นนักฟังที่ดีเหมือนเดิม คิดถึงซัน เจน ตาล และเบ๊บจัง ถ้ามาด้วย เสียงคงดังกว่านี้แน่ๆ
เมื่อทานอิ่มแล้วก็ไปนอนดูหนังเรื่อง Il Mare ภาคภาษาอังกฤษ ขณะที่เพื่อนๆกำลังวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของหนังนั้น ฝนก็แอบหลับเป็นระยะๆ อ้าววว.. จบแล้ว..
สี่โมงเย็นได้เวลาไปเตะน้ำทะเล ถ้าใครไปชะอำในวันนั้นคงได้เห็น 9 คนกับ 5 ตัว วิ่งเล่นกันอยู่ริมทะเล ก่อปราสาททราย บอลลูนเรียกชื่อ ลิงชิงบอลกับแพนเตอร์.. ลืมไปเลยว่ากรุงเทพ ลืมไปเลยอายุ..
กลับเข้ามาบ้านอาบน้ำทั้ง 14 ชีวิตแล้วก็พาท้องอันหิวโซมาฝากไว้กับคุณแม่ของจอย... สตูไก่ มีทบอล สลัดผัก อร่อยมากๆๆๆๆ (ขณะที่เขียนนี้ก็หิวขึ้นมาเลย..)
คืนนั้นเราร้องคาราโอเกะกัน โดยเฉพาะเพลง I need somebody to love ที่เราพยายามเต้นตามคุณบี้อย่างเมามัน..เพลงของ Bakery ที่เปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนตีสองเราจึงค่อยๆแยกย้ายกันไปซุกตัวในผ้าห่มอุ่นๆ
คืนนี้ดาวเต็มฟ้าเลย ไม่ได้มีแค่ดาวเต่าเหมือนที่ฝนมองทุกคืนในกรุงเทพ แต่มีเพื่อนๆดาวอยู่เป็นเพื่อนเต็มไปหมด คืนนี้ดาวเต่าของฝนคงไม่เหงา...
วันอาทิตย์
ตั้งใจจะตื่นไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น 6 โมง...หลังจากตื่นมาคิดว่า ต้องพรากจากผ้าห่มอุ่นกลางคัน.. ออกไปเจอกับไทเกอร์ตอนเช้าแล้ว.. อืม นอนต่อดีกว่า.. 7 โมง ลืมตาคว้ากล้อง เดินพ้นประตูบ้านมาหน่อยก็เจอกับไทเกอร์ใกล้ๆครั้งแรก อืม ไม่กัด แต่ชุลมุนน่าดู อืมม กลับเข้าบ้านไปตั้งหลักดีกว่า เดินถ่ายรูปสักพัก ก็ได้ทานแพนเค้กฝืมือคุณแม่จอย และข้าวต้มหมูร้อนๆ กับโมและพี่โจ๊ก
ทริปนี้มีคู่หวานไปถึงสองคู่ หวานไม่เกรงใจเพื่อนเล้ยยย แต่ก็มีความสุขที่ได้เห็นความรัก เหมือนที่ชอบไปงานแต่งงาน แม้ไม่ใช่งานของเรา แต่ก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย ความสุขคงเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง.. คงเป็นไม่กี่โรคที่ฝนอยากเป็น...
เพื่อนๆทะยอยลงมาทานข้าวแล้วนั่งคุยกันอย่างมีความสุข ถ่ายรูปรวม หวังว่าเราจะได้มีรูปรวมด้วยกันอีกในเร็วๆนี้เนาะ
ขากลับในรถแท็กเปิดหนังที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งชื่อ always sunset on the third street เล่นเอาน้ำตาท่วมรถทีเดียว.. เป็นหนังที่น่ารักมากๆเลย
ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่จอยสำหรับอาหารอร่อยๆ บ้านที่น่ารักๆ และความอบอุ่นเหมือนเป็นลูกแม่อีกคน
ขอบคุณ The Gang ที่ทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
คิดถึงเพื่อนๆอีกแล้ว
ขอตัวไปคิดถึงเพือนๆก่อนนะคะ ^^
ขอบคุณ