ปลายเดือนกรกฎาคม 2550
หลังจากวางแผนกันมานานว่าจะไปวิ่งเล่นที่ชายหาดสักแห่ง..
หลังจากโืทรหาที่พัก 3 ชม...
หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับงานมานานแสนนาน.. ทริปนี้ก็แอบเหมือนเป็นการปลุกเราให้ตื่นจากการหลับใหลจากการตรากตรำทำงานอันยาวนาน เพราะก่อนจะไปเที่ยวทริปนี้ เราตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะอะไรน่ะหรือ..
เพราะวันนี้เราตื่นซักที..
เราตัดสินใจเข้าทำงานที่นี่เพราะเป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายนัก Law Firm อันโด่งดังอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ กับประวัติบริษัทอันยาวนาน รวมทั้งรางวัลระดับโลกการันตี.. เราอยากได้ประวิติที่ดี เมื่อโอกาสมาถึงใยเราจะทิ้งโอกาสนั้นเสีย..
เป็นเวลาเกือบ 2 ปีที่เราได้ทำงานที่นี่ เราก็มีความสุขมากๆและเหนื่อยมากๆระคนกัน ชีวิตไม่ได้มีด้านเดียวเสมอไปนี่คะ พี่ๆที่บริษัทใจดี ส่วนใหญ่รักและเอ็นดูเรามากๆ เราได้ศึกษาเนื้องานของลูกความควาบคู่ไปกกับกฎหมาย เรียนรู้การขุดเจาะน้ำมัน การให้บริการทางคอมพิวเตอร์ และอีกหลายอย่างที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราปวดขมับเลยทีเดียว เรารู้เรื่องการเจรจรต่อรองมากขึ้น รู้เรื่องการจิกแบบไม่ปล่อย รู้ว่าบางคราวต้องวีนกันบ้าง (55+ แต่เราก็วีนไม่เป็นอยู่ดี ไม่เคยวีนใคร เพราะแครร์ความรู้สึกของเขา แต่ก็แนะนำในสิ่งที่เขาควรจะทำมากกว่า)
แต่จนวันนึงขณะขึ้นแท็กซี่
ขณะที่เราคุยกับเพืื่่อนไปโดยที่ไม่รู้ตัว
ขณะนั้นคุณแท็กซี่ฟังเราอยู่..
เมื่อวางสาย.. คุณแท็กซี่ให้เราถามตัวเองว่า เรายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า และเราทำไปเพื่อออะไร..
เรามาคคิดดูแล้ว.. เราก็ยังเป็นคนอยู่ แต่เป็นคนที่ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า หลายครั้งที่เราทำงานจนดึกดื่น
หลายครั้งที่เี่ราทำงานวันเสาร์และอาทิตย์ เราไปนั่งทำงานตามสวนสาธารณะ ร้านกาแฟ จนถึงบริษัทเราเอง
หลายครั้งที่เราไม่มีเวลาให้ใครเลย (แต่ก็ยังน้อยกว่าเพื่อนที่ทำงานอยู่บริษัทอันดับ 1 ที่เดือนนึงเค้าได้พูดกับคุณแม่ของเค้าไม่ถึง 10 ประโยค)
หลายครั้งที่แฟนเราต้องมานั่งสัปหงกอยู่ที่หน้าออฟฟิศเพราะรอเรา T^T
หลายครั้งที่เราแอบเห็นภาพไปว่า อีกหน่อยแฟนและลูกของเราคงต้องนั่งเล่นกันสองคนอยู่ที่บ้าน รอว่าเมื่อไหร่มามี๊จะกลับมาบ้าน
หลายครั้งที่เรารู้สึกเหมือนไฟตก และหน้ามืดแบบที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน จนคุณหมอบอกวว่าเราอาจจะเป็นโรคหัวใจ
เราจึงถามตัวเองว่าเรายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า เราก็พบว่า เอ๊ะ เรายังมีเลือดเนื้อ มีลมหายใจอุ่นๆ เรายังไม่ได้เป็นเครื่องจักรไปนี่นะ
เราจึงถามตัวเองอีกว่าเราทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อเมื่อก่อนเราต้องกานประวิติการทำงาน แต่ในเมื่อเราได้แล้ว แล้วตรงที่เรายืนอยู่นี่ มันก็ไม่ใช่ความฝันของเรา Law Firm อาจใข่ในวันนึง แต่ไม่ใช่ตรงนี้ ตอนนี้...
เราจึงตัดสินใจลาออก..
เดือนต่อมาน้องธรรมศาสตร์ที่ทำงานกับเราโทรมาถามเราว่า พี่ฝนทนได้ไงตั้งเกือบสองปี หนูไม่ไหวแล้ว.. หนูจะหางานใหม่แล้วนะ..
เราจึงเอาคำถามนี้ย้อนมาถามน้องว่า น้องลองถามตัวเองแล้วน้องก็จะได้คำตอบนำคะ พี่เป็นกำลังใจให้สำหรับทุกการตัดสินใจ แล้วคุณล่ะคะ ลองถามตัวเองบ้างหรืออเปล่า..
ขอบคุณคุณแท็กซี่นะคะ
เราตื่นแล้วล่ะคะ ตื่นมาเพื่อจะเดินตามความฝันของเรา ตื่นมาเพื่อเห็นทะเลสีคราม เห็นท้องฟ้าสดใส ตื่นมาเพื่อจะคุยกับคุณแม่และคนรอบข้างเยอะขึ้น ตื่นมาเพื่อจะทำอาหารใหแฟนเราชิม.. ตื่นมาเพื่อจะโอบกอดคนที่เรารักและโลกใบนี้