ช่วงนี้หลายๆคนอาจจะบ่นว่า Minerva หายไปไหนนะคะ.. เมื่อจังหวะชีวิตพาให้เราต้องกลับมาบนเส้นทางของมันอีกครั้ง ฝนก็เลยพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ
หลังจากทำงานแบบสบายๆมาตั้งแต่เริ่มทำงาน 5 โมงครึ่งปั๊บก็แทบจะกลับบ้านปุ๊บ อีกอย่างที่บริษัทก็มีนโยบายที่ดีมากๆคือ 6 โมงให้ทุกคนกลับบ้าน ก็เลยต้องกลับเร็วเพราะพอทุ่มหนึ่งบริษัทก็จะเปลี่ยนสภาพไปเป็นบริษัทร้างทันทีเลย วังเวงมากๆ
สัปดาห์ที่แล้ว
วันพุธงานก็เข้าเลยทีเดียว
งานแรกเป็นเรื่องคดีที่บริษัทค้างไว้อยู่เคสหนึ่ง มูลค่าจริงคือ 900 ล้าน ซึ่งตอนนี้ดำเนินการไปแล้ว 200 ล้าน แต่ที่บางท่านตีก็ว่าเข้าไป 2,000 ล้านนู่นเลยทีเดียว คนทำคดีนี้คือ คนที่ทำคดีให้เชอรี่แอน และหมอผัสพร ส่วนฝนในฐานะคนดูแลของบริษัทก็เลยรับผิดชอบในการวางแผนและวางกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งฝนมองแล้วว่า ผลของบริษัทจะเป็นอย่างไร และควรดำเนินการอย่างไร ซึ่งทำเอาผู้บริหารถึงกับตกใจในผลที่เกิดขึ้นเพราะไม่มีใครแจ้งเรื่องนี้มาก่อน ฝนก็บอกไปว่าจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง และอะไรบ้างที่ควรระวัง เรื่องนี้ทำให้้คนที่ทำเรื่องนี้มาก่อนแต่ปัจจุบันย้ายไปอีกที่หนึ่งแล้ว บอกว่า เค้าคิดว่ามันเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่วันรุ่งขึ้นเมื่อเจอกันเค้ามาพูดกับฝนก่อนเลยว่า มันเป็นแบบที่ฝนพูด เค้าบอกว่าเค้าทราบแล้ว แต่เค้าไม่อยากให้คนอื่นตกใจเลยไม่ได้บอก ซึ่งฝนเห็นว่า เรื่องที่ควรจะตกใจ ก็ควรจะตกใจและรีบดำเนินการกันได้แล้ว เพราะหลายๆเรื่องก็ปล่อยให้ล่าช้าอย่างไม่ควรจะเป็น และตอนนี้ก็มีบางเรื่องที่ผู้ใหญ่อยากดำเนินการไปในทางหนึ่ง แต่ฝนเห็นว่าควรดำเนินการไปในทางหนึ่ง ผู้ใหญ่เลยตัดสินจ้าง out source ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ซึ่งเค้าฟันธงมาว่า เค้าเห็นในด้านเดียวกับที่ฝนเห็น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หนักมากๆ สำหรับฝนเลย เพราะฝนเพิ่งจะอายุแค่นี้เอง เข้าไปก็เด็กสุดเลย ไม่รู้ว่า เค้าจะเชื่อมากแค่ไหน แต่ก็จะพยายามให้ถึงที่สุด แต่ถ้าไม่เชื่อ ฝนก็ทำดีที่สุดแล้วล่ะเนาะ
เรื่องที่ 2 เรื่องการปรับขึ้นของวัตถุดิบที่ทำให้บริษัทฝนซึ่งเป็นผู้ขายเดือดร้อน เพราะหากเราปรับราคาขึ้นจะส่งผลกระทบถึงประชาชนในวงกว้าง เรื่องนี้ค่อนข้างยาก เพราะสัญญาค่อนข้างมัดไว้แน่นหนา ฝนไม่เห็นทางออก นอกจากการเจรจาและในทางบริหารที่เค้าจะต้องหาทางออกกัน แต่ ณ วันนี้ฝนก็ยังคิดอยู่ว่าควรจะทำยังไง แต่ยังคิดไม่ออกเลย.. อย่างไรก็ตาม ฝนระลึกอยู่เสมอว่า ก่อนจะ entrance ฝนเคยสัญญาไว้กับเสด็จพ่อ ร.5 ว่าฝนจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อประชาชน วันนี้ฝนก็จะยังรักษาปณิธานและคำมั่นที่ให้ไว้กับท่าน ทางใดที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ ฝนจะทำ..
เรื่องที่ 3
เรื่องการขยายบริษัทในต่างประเทศ เรื่องนี้ค่อนข้างยากและเวลาที่จำกัดเนื่องจากวันเสาร์อาทิตย์ฝนเอาเวลาไปอ่านคดี 4แฟ้ม + เอกสารอีก 1 กระเป๋า harrot ที่ว่าเหนียวๆแทบจะระเบิดเลย และก็เรื่องการขึ้นราคาค่าวัตถุดิบอีก ฝนเลยไม่มีเวลาอ่านเรื่องที่ 3 มาอ่านเอาแค่ตอนกลางคืนก่อนส่งงาน ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษล้วนและเป็นเรื่องสนธิสัญญาภาษีซ้อน ซึ่งฝนเกลียดภาษีม๊ากกก แต่ว่าก็ให้ comment เค้าไปแล้วล่ะค่ะ โชคดีที่ผ่านไปได้
อาทิตย์ต่อมา
เรื่องคดียังมีต่อมา เพราะเรื่องคดีและเรื่องการขึ้นค่าวัตถุดิบจะเข้า Board ในวันพฤหัสนี้ฝนก็เลยกลับบ้านเย็น แม้จะวังเวงก็อยู่จนถึง 2 ทุ่ม ซึ่งก็ Max สุดแล้วที่จะอยู่ เพราะเหลือ2 คนสุดท้าย เริ่มน่ากลัวเลยเอามาทำต่อที่บ้าน เป็นอย่างนี้ติดต่อกันหลายคืน ข้าวกลางวันบางวันไม่ได้ทาน เพราะทานไม่ลงและเครียดพอสมควร อาศัยทานแบรนด์เอา เร็วและทำให้สมองตื่นดี
เรื่องอื่นๆนอกเหนือจากเรื่องาน
วันเสาร์ที่ไม่ใช่เสาร์นี้ อิอิ วันนั้นออกไปเจอเคี้ยงเพราะเคี้ยงสอบ Ielts และต้องรอสอบพูดอีกทีในช่วงเย็น ฝนก็เลยออกไปเป็นรอเป็นเพื่อน และก็ไปซื้อหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬา เพราะหลายๆเรื่องฝนเริ่มลืมๆไปแล้ว และไม่ได้เรียนมาโดยตรงเลยต้องกลับมาหาอ่านเิพิ่มเติม แวะทานร้านโกเบ ที่ inspired ให้เราอยากทำซุปมิโสะ จากนั้นก็ไปนั่งรอเคี้ยงสอบ Ielts บอกเคี้ยงว่า ถ้าเคี้ยงได้ 7 จะมีรางวัลให้ แต่ถ้าได้ 7.5 จะให้ตามที่เคี้ยงขอ ฝนได้แต่เอาใจช่วย คืนก่อนที่เคีี้ยงจะสอบนออกจากฝนจะสวดมนต์ขอให้เคี้ยงปลอดภัยเหมือนทุกวันแล้ว คืนนี้ฝนขอเป็นพิเศษว่า ขอให้เคี้ยงทำข้อสอบได้คะแนนดีๆ พอตกเย็นเราฝนกลับมาทำข้าวผัดมิโสะทานที่บ้านโดยมีเคี้ยงแอบมาแจมๆ แล้วเราก็นั่งอ่านหนังสือและดู the star ด้วยกัน..
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เคี้ยงมาหาที่บ้าน ส่วนฝนกำลังง่วนอยู่กับงาน บอกเคี้ยงว่าวันนี้อาจจะเทคแคร์เค้าไม่ได้มากนัก แต่เค้าก็มา น่ารักจริงๆเลย ฝนก็นั่งทำงานไป พอตกค่ำก็ลงมาทำอาหารชุดสุดประหยัด สเต็กหมูทอด แต่ออกมาอลังการทีเดียว มื้อนี้เราอิ่มกันมากๆเลย อร่อยด้วย จากนั้นก็ทำงานต่อจนถีงตี 4 ก็คลานขึ้นเตียง 6 โมงเช้าตื่นไปทำงาน TT
วันพฤหัสได้เจอเคี้ยงอีกครั้ง
เราแวะทานแดรี่ควีนตรงเกษตรกัน ฝนชอบทานไก่ย่างของเค้ามากๆ ไปกี่ทีก็ต้องสั่ง วันนี้มีความสุขมากๆอีก 1 วันแม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อย
วันศุกร์
วันนี้ตื่นเช้าไปตรวจสุขภาพด้วย ^^ ที่บริษัทให้ไปตรวจ เลยไปตรวจที่โรงพยาบาลวิภาวดี นึกขึ้นได้ว่าเราจะโดนเจาะเลือดนี่นา แง๊ กลัวเข็มอ่ะ เลยบอกพี่พยาบาลว่า เบาๆนะคะ พี่เค้าก็เจาะให้เบามากๆเลย ขอบคุณนะคะ ขนาดเบาๆฝนยังจะเป็นลมเลยอ่ะ ชั่งน้ำหนัก น้ำหนักลดไป 1 กิโลเหลือ 39 อ่ะ สงสัยเพราะไม่ค่อยได้ทานข้าวช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานั่นเอง ตอนตรวจเจอหมอจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกับเราด้วย ไปๆมาๆหมอเป็นญาติเราที่เป็นหมอเหมือนกันนั้นเอง 55+ ในที่สุดก็วันศุกร์แล้วขอพักวันหนึ่งนะคะ อยากนอนดูทีวีให้สบายใจ แต่พอตกลางคืนก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ร้องไห้กับเคี้ยง วิเคราะห์แล้วคิดว่า คงจะเครียดสะสมนั่นเอง +กับ
1. วันจันทร์นี้เราต้องไปต่างจังหวัดเรื่องคดี ซึ่งเสาร์อาทิตย์นี้เราต้องทำการบ้านมากๆ เพราะผู้ใหญ่ไปหลายท่าน
2. วันพุธนี้ต้องเดินแบบให้บริษัท เราก็โดนเสนอชื่อด้วย แต่เราบอกว่าไม่อยากเดิน เพราะเราเดินไม่เป็น เลยบอกไปว่า ถ้าไม่มีใครเดินค่อยให้เราแล้วกัน สุดท้ายก็ต้องเดินอยู่ดี เพราะพี่ๆบอกว่า อยากให้ฝนเดิน อยากให้ฝนช่วยบริษัท ก็เลยเครียดๆ เพราะไม่รู้ว่าเดินยังไง ตอนเด็กๆเคยถือป้ายโรงเรียน แต่มันนานแล้ว อีกอย่างถ้าเดินแบบเดินแบบฝนทำไม่เป็น อีกอย่างก็ไม่ใช่คนกล้าแสดงออกอะไร ถ้ากล้าก็คงเป็นหลีดคณะตั้งแต่ตอนปี 1 แล้วอ่ะ เรื่องเต้นหรือเดินแบบอะไรที่ใช้ความมั่นใจต่อหน้าคนเยอะๆเนีย ทำใ้ห้เครียดมากๆเลย แล้ววันจันทร์ที่เค้าจะมาสอนแต่งหน้ากับเดินแบบให้เราก็ดันต้องไปต่างจังหวัดอีก เฮ่ออออ..
ช่างมันคืนนี้ทำงานต่อดีกว่เนาะคะ
พรุ่งนี้ว่าจะไปเป็นเพื่อนเคี้ยงไปตัดผม แล้วก็จะทำข้าวผัดแกงเขียวหวานไก่ทอดกับซุปข้าวโพด แล้วก็สลัดปูอัดให้เคี้ยงและที่บ้านทาน อย่างน้อยพรุ่งนี้ก็เป็นอีก 1 วันที่เป็นวันดีๆ
ขอบคุณเคี้ยงนะคะที่รับฟัง และคอยปลอบโยน ขอบคุณที่บอกว่า เคี้ยงจะอยู่ตรงนี้และจะไม่ไปไหน มันเป็นคำปลอบที่น่ารักที่สุดที่ฝนเคยฟังมาเลยนะคะ ฝนดีใจที่ในวันนี้ วันที่ฝนร้องไห้ให้ใครเห็นไม่ได้ แต่ฝนสามารถที่จะร้องไห้กับคนที่รักฝนและรู็ว่าเค้าจะอยู่เคียงข้างฝนในวันที่ฝนอ่อนแอ ฝนจะได้มีแรงกลับไปแข็งแกร่งอีกครั้ง ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ขอบคุณจริงๆ
หน้าตาตอนทำงานหนักๆเป็นแบบนี้.. --" ไม่เคยเห็นใช่มั๊ยล่าา
ปล. ขอบคุณสำหรับภาพนะคะ